post

รีวิว รัก 2 ปี ยินดีคืนเงิน

ขื่อหนัง : LOVE BATTLE
ขื่อไทย : รัก 2 ปี ยินดีคืนเงิน
แนว : โรแมนติก/คอมเมดี้
นักแสดงนำ :  ปั้นจั่น ปรมะ 
เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา

ถือว่าเป็นภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้เรื่องล่าสุดของไทยที่เพิ่งเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ สำหรับ รัก 2 ปี ยินดีคืนเงิน จากผลงานการกำกับภาพยนตร์แบบเต็มตัวเรื่องที่สองของ โจ้ วิรัตน์ เฮงคงดี ซึ่งเคยฝากเรื่องราวความสนุกสะท้อนชีวิตจริงในโลกการทำงานของมนุษย์เงินเดือนเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ใน ยอดมนุษยเงินเดือน (2012) ล่าสุดนี้เขาก็ยังนำเอาเรื่องราวส่วนหนึ่งจากการทำงานมาถ่ายทอดบนจอเงินอีกครั้ง เพียงแต่อาจจะไม่เข้มข้นเท่ากับเรื่องแรก ซึ่งในเรื่องนี้ได้นำเสนอความรักเป็นแกนหลัก

รัก 2 ปี ยินดีคืนเงิน ว่าด้วยเรื่องราวของการต่อสู้กันระหว่างคนที่เชื่อในความรัก และคนที่ไม่เชื่อในความรัก แทน เป็นคนที่ไม่เชื่อในความรัก เนื่องจากมีประสบการณ์จากการถูกแฟนสาวของเขาทอดทิ้งอย่างเจ็บปวด ทำให้เขาต้องต่อสู้กับ จี๊ด ผู้ที่ตลอดเวลายังเชื่อ และศรัทธา ว่ารักแท้นั้นมีอยู่จริง แทนจึงได้ออกแบบกรมธรรม์ขึ้นมากรมธรรม์หนึ่ง โดยมีเงื่อนไขว่าถ้าคู่รักที่มาซื้อกรมธรรม์นี้ ภายใน 2 ปีไม่เลิกกัน รับเงินประกันคืนไปเลยร้อยเปอร์เซ็นต์ พร้อมดอกเบี้ยอีกสามสิบเปอร์เซ็นต์ทันที

แน่นอนว่าดูจากหน้าหนังแล้วคงไม่ยากที่จะเดาเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน เพราะหนังก็ยังคงไม่ได้ฉีกแนวไปจากความโรแมนติกคอมเมดี้เหมือนเรื่องอื่นๆ เพียงแต่ได้มีการนำเสนอเรื่องกรมธรรม์ประกันความรักขึ้นมาเป็นกิมมิกให้น่าสนใจ ซึ่งถือทำออกมาได้ค่อนข้างดีแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้อยู่ในหลักความจริงที่จะเป็นไปได้เลยก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับว่าเงื่อนไขของประกันนี้มีส่วนทำให้หนังน่าสนใจไม่น้อย เพราะท้ายที่สุดแล้วก็ทำให้อยากรู้ต่อไปว่ามันจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน

ในส่วนของความโรแมนติกคอมเมดี้นั้นก็ถือว่าสอบผ่าน หลายๆ ฉาก หลายๆ ตอนทำออกมาถูกจังหวะฮามาก แถมยังมีการพยายามไทอินรายการต่างๆ ของผู้กำกับเข้ามาให้มีสีสัน ซึ่งก็ถือทำออกมาได้ไม่น่าเกลียดแต่ก็ไม่ค่อยเข้ากันอย่างที่คิด เช่น รายการแร็ปเปอร์ที่พยายามเชื่อมโยงให้เข้ากับคาแรคเตอร์ของนางเอก นอกจากนั้นต้องขอชื่นชมในส่วนของนักแสดงตัวประกอบที่นำเอาคาแรคเตอร์ของแต่ละคนเข้ามาแบบพอเหมาะพอดี ไม่มากไม่น้อย ไมแย่งซีนจนเกินไป

นอกเหนือไปจากเรื่องราวความสนุกสนานจากการเอาชนะกันแบบพ่อแง่แม่งอนของพระ-นางที่มีกลิ่นไอความเป็นเกาหลีมากๆ แล้ว (แน่นอนว่าหนังสร้างค่ายเกาหลี) ในส่วนของนักแสดงอย่าง ปั้นจั่น ปรมะ และ เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ก็ดูเหมือนว่ามีเคมีเข้ากันดีมาก พระเอกก็ถ่ายทอดความเป็นผู้ชายเนิร์ดๆ ออกมาได้ดี ส่วนฝ่ายนางเอกก็น่ารักสดใสดูแล้วชุ่มชื่นหัวใจไม่น้อย

โดยรวมแล้วพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าหนังสนุกมีครบทุกรส ทั้งฮา เศร้า และซึ้ง ส่วนฉากเลิฟซีนก็มีมาบ้างประปราย แต่ก็อาจจะมีหลายๆ ส่วนที่มันยังดูขัดๆ ไม่สมจริงอยู่ แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าต้องการสร้างอรรถรสจากความเป็นภาพยนตร์ให้ดูแล้วสนุก เชื่อว่าหากไม่ได้คิดอะไรมากหรือจริงจังไปกับความไม่สมเหตุสมผลในหลายๆ จุดก็คงทำให้ดูหนังไม่สนุก เอาเป็นว่าใครอยากลองตีตั๋วเข้าไปชมก็ไม่เสียหายอะไร เพราะคุณภาพงานสร้างก็ไม่เสียชื่อเกาหลีอยู่แล้ว

post

รีวิว Low Season สุขสันต์วันโสด

ขื่อหนัง : Low Season
ขื่อไทย : สุขสันต์วันโสด
แนว : โรแมนติก-คอเมดี้
นักแสดงนำ :  มาริโอ้ เมาเร่อ
พลอยไพลิน ตั้งประภาพร
กิดาการ ฉัตรแก้วมณี
อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ

เราคงปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่ากระแสบอกต่อแบบปากต่อปากและรีวิวในทิศทางบวกบนโลกโซเชียล ทำให้เราเกิดความสนอกสนใจหนังไทยเรื่อง “Low Season สุขสันต์วันโสด” หลังจากที่หนังเขาฉายในโรงภาพยนตร์ไปแล้วเกือบสัปดาห์

ปัจจัยแรกที่เราเลือกจะมองข้ามหนังเรื่องนี้ในตอนต้น สืบเนื่องมาจากผลงานเรื่องก่อนๆของตัวผู้กำกับ “นฤบดี  เวชกรรม” อาทิ สาระแนห้าวเป้ง!!!, สาระแนสิบล้อ และ สาระแนเห็นผี ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นหนังที่ไม่ถูกจริตของเราด้วยประการทั้งปวง เลยคิดว่างานอย่าง Low Season สุขสันต์วันโสด คงจะไม่ถูกจริตกับเราสักเท่าไหร่นัก แต่กลายเป็นว่า เราคิดผิดอย่างแรง!

หลังจากที่ได้ชม Low Season สุขสันต์วันโสด เพียงไม่กี่นาที เรากลับพบว่าบรรดาตัวละครเด่นในเรื่องไม่ว่าจะเป็นคู่พระนาง หลิน (พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร)และ พุธ (มาริโอ้ เมาเร่อ) หรือบรรดาตัวละครสมทบอาทิ นุ่น (โฟร์-ศกลรัตน์ วรอุไร), วิทยา (นิกกี้-ณฉัตร จันทพันธ์), พี่โอม (โจ๊ก-อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ), พี่อ้อม (อ้น-ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์), พี่กะเร (เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย) และเก็ท (ต้นหลิว – มรกต หลิว) ต่างเป็นตัวละครที่เปี่ยมเสน่ห์ รับบทบาทของตัวเองได้อย่างน่ารักน่าชัง พวกเขาล้วนเข้าขาและรับส่งบทกันอย่างลื่นไหล เป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังไปอยู่ในวงเพื่อนที่กำลังเฮฮาสังสรรค์และปรับทุกข์โศกกันอย่างแท้จริง

แม้เส้นเรื่องหลักของหนัง Low Season สุขสันต์วันโสด จะต้องการเล่าไปถึงความสัมพันธ์พังๆของหลิน ที่อกหักและตัดสินใจเดินทางออกมาเที่ยวต่างจังหวัด อันเป็นสถานที่ซึ่งเธอเคยพบรักกับอดีตแฟนหนุ่มอย่างพี่ต่อ (ซุง-กิดาการ ฉัตรแก้วมณี) ซึ่งปัจจุบันนี้เขาได้กลายเป็นร็อคสตาร์ที่โด่งดังและมีชื่อเสียง จนคนอย่างหลินรู้สึกได้เลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแฟนหนุ่มช่างเหินห่างเสียเหลือเกิน

หลังจากที่ได้ชม Low Season สุขสันต์วันโสด เพียงไม่กี่นาที เรากลับพบว่าบรรดาตัวละครเด่นในเรื่องไม่ว่าจะเป็นคู่พระนาง หลิน (พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร)และ พุธ (มาริโอ้ เมาเร่อ) หรือบรรดาตัวละครสมทบอาทิ นุ่น (โฟร์-ศกลรัตน์ วรอุไร), วิทยา (นิกกี้-ณฉัตร จันทพันธ์), พี่โอม (โจ๊ก-อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ), พี่อ้อม (อ้น-ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์), พี่กะเร (เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย) และเก็ท (ต้นหลิว – มรกต หลิว) ต่างเป็นตัวละครที่เปี่ยมเสน่ห์ รับบทบาทของตัวเองได้อย่างน่ารักน่าชัง พวกเขาล้วนเข้าขาและรับส่งบทกันอย่างลื่นไหล เป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังไปอยู่ในวงเพื่อนที่กำลังเฮฮาสังสรรค์และปรับทุกข์โศกกันอย่างแท้จริง

แม้เส้นเรื่องหลักของหนัง Low Season สุขสันต์วันโสด จะต้องการเล่าไปถึงความสัมพันธ์พังๆของหลิน ที่อกหักและตัดสินใจเดินทางออกมาเที่ยวต่างจังหวัด อันเป็นสถานที่ซึ่งเธอเคยพบรักกับอดีตแฟนหนุ่มอย่างพี่ต่อ (ซุง-กิดาการ ฉัตรแก้วมณี) ซึ่งปัจจุบันนี้เขาได้กลายเป็นร็อคสตาร์ที่โด่งดังและมีชื่อเสียง จนคนอย่างหลินรู้สึกได้เลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแฟนหนุ่มช่างเหินห่างเสียเหลือเกิน

ม้จุดบอดของ Low Season สุขสันต์วันโสด คือช่วงเวลา 20 นาทีสุดท้ายของหนัง ที่มีลักษณะของการ “จบไม่ลง” เลยกลายเป็นว่าบทสรุปของเรื่องจึงมีลักษณะของการรวบรัดตัดตอนแล้วปิดเรื่องราวแบบปาหมอน แต่เมื่อพิจารณาจากความสนุก เสน่ห์และความโรแมนติกของภาพรวมแล้ว หนังก็ไม่ได้ถือว่าย่ำแย่แต่อย่างใด

post

รีวิว Friend Zone

ขื่อหนัง : Friend Zone
ขื่อไทย : ระวังสิ้นสุดทางเพื่อน!
แนว : โรแมนติก/คอมเมดี้
นักแสดงนำ :  ณภัทร เสียงสมบุญ
พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์
เจสัน ยัง

“เป็นเพื่อนกันก็ดีอยู่แล้วนี่ ?”
หนังอีกเรื่องของค่าย GDH ที่เข็นประเด็นโดยในหมู่วัยรุ่นออกมาเป็นหนังไม่ขาดสาย ครั้งนี้ก็เอาเรื่องเล่าสุดจี๊ดที่หลายคนเจอในช่วงวัยรุ่นมาเสริฟอีกเช่นเคย ในช่วงเดือนแห่งความรักแบบนี้
เรื่องก็ว่าด้วยราวของเพื่อนซี้ชายหญิง ปาล์ม-กิ๊ง ที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน คอยผลัดกันช่วยเหลือ เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน คอยอยู่ข้างๆกันมาตลอดจนมหาลัย จนทำงาน

หลังจากเหตุการณ์นึงที่เกิดขึ้นกับกิ๊ง ทำให้ปาล์มอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง และมาคอยดูแลตามภาษาเพื่อนสนิท แต่แล้วเส้นกั้นบางๆระหว่างคำว่าเพื่อน กับแฟน ที่เริ่มเลือนราง ก็ทำให้ทั้งสองเริ่มรู้สึกถึงสัญญาณบางอย่าง ที่ทำให้อะไรๆ มันไม่เหมือนเดิม
“เฟรนโซน”ที่เคยประกาศกันไว้ชัดเจนเริ่มปรากฎหนทางข้ามผ่าน ขณะที่เดินทางไปที่ต่างๆ ด้วยกันนั้น บางสิ่งก็เติบโตในหัวใจของ ปาล์ม และกิ๊งมากขึ้นเรื่อยๆ

หนังเรื่องนี้ให้ประเด็นข้อคิดดีมาก ทั้งความเป็นเพื่อน การดำเนินชีวิต การเลือกสิ่งที่ดีให้ตัวเอง วิธีก้าวข้ามความกลัวด้วยประสบการณ์ใหม่ๆ
จากเพื่อนสู่แฟนคือการเปลี่ยนแปลงที่มีความเสี่ยง ซึ่งผลตอบแทนนั้นก็คุ้มสำหรับบางคน มีทั้งคนที่เจ็บช้ำ และมีความสุข และทำให้รู้ว่าบางครั้ง เฟรนโซน ก็ไม่ได้แย่เสมอไป แต่เป็นเพียงการเสนอทางเลือกใหม่ๆให้กับเรา ว่าจะทนอยู่แบบนี้ต่อไป หรือยอมตัดใจเดินหน้าไปพบปะกับคนใหม่ๆ ที่อาจรอคอยอยู่ที่ไหนสักแห่ง

มีช่วงที่การเล่าเรื่องเอื่อยนิดๆ เพราะโฟกัสที่สองตัวละครเพื่อนคู่ซี้ ปาล์ม-กิ๊ง มากเกินไป ใครที่ไม่ชอบลุค หรือคาแรกเตอร์สองคนนี้ก็อาจจะเอือมนิดๆ เพราะต้องเจอตลอดทั้งเรื่อง

และไม่แน่ว่า เรื่องราวผจญภัยที่ฟันฝ่ากันมาทั้งหมดนี้จะทำให้ทั้งสองได้เริ่มต้นทางแฟนสักที หรือสิ้นสุดทางเพื่อนกันแน่ !

post

รีวิว มนต์รักดอกผักบุ้ง เลิกคุยทั้งอำเภอ

ชื่อหนัง : มนต์รักดอกผักบุ้ง เลิกคุยทั้งอำเภอ
นักแสดงนำ : เอกชัย ศรีวิชัย , เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น , ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น
หนังแนว : บันเทิง

เรื่องราวของ ครูบุญรอบ (เอกชัย ศรีวิชัย) ซึ่งเป็นเจ้าของรำวงเวียนครกชื่อดัง มีลูกสาวสองคนอย่าง ดอกผักบุ้ง (เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น) สาวสวยที่หนุ่มต่างรุมจีบ และ ตอเบา (ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น) ดอกผักบุ้งและตอเบา กำพร้าแม่ตั้งแต่เด็ก ครูบุญรอบเลี้ยงลูกทั้งสองด้วยการรับจ้างรำวงเวียนครกหวังจะให้ลูกสืบทอดต่อไป แต่เด็กๆ ทั้งสองต่างชอบแนวเพลงอินดี้ และฝันที่จะมีเพลงเป็นของตัวเอง หวังที่จะมีชื่อเสียง การเดินตามความฝันของดอกผักบุ้ง ทำให้ต้องผิดใจกับพ่อ แต่เรื่องราวบทสรุปจะเป็นอย่างไร ต้องติดตาม

นอกจาก เจนนี่-ลิลลี่ แล้ว ก็ยังมี ครูเต้ย อภิวัฒน์ ครูหนุ่มสุดฮอตฝั่งอีสาน เจ้าของบทเพลง “อีหล้าเอ๋ย” ที่โด่งดังในยูทูบกว่า 200 ล้านวิว ที่สำคัญตัวพ่อแดนใต้ เอกชัย ศรีวิชัย ที่ขอฉีกแนวมากำกับหนังคอมเมดี้เป็นครั้งแรก พร้อมยกทัพความฮามาแบบจัดเต็ม ทั้ง ไพศาล ขุนหนู, พลตรี แสงมณี, แอมป์ วงซีทู, บอล วงกลม ,นิล วงแทมมะริน, อ๊อฟ ดอกฟ้า อาร์สยาม, พงศ์ วงพัทลุง ร่วมด้วย หม่ำ จ๊กมก, เอกพัน บรรลือฤทธิ์, ฮาย อาภาพร, ผัดไท, แอนนา ชวนชื่น, หลวงไก่, บ่าววี, สมรักษ์, สามารถ, เมญ่า ซันซัน และนักแสดงสมทบอีกเพียบ ฮาอย่างแรง

post

รีวิว มนต์รัก..ดอกผักบุ้งเลิกคุยทั้งอำเภอ

มนต์รักดอกผักบุ้ง เลิกคุยทั้งอำเภอ

ประเภท : ภาพยนตร์ 

แนว: คอมมาดี้

กำกับโดย: เอกชัย ศรีวิชัย

แสดงนำโดย :เอกชัย ศรีวิชัย , รัชนก สุวรรณเกตุ ,นารีนาท เชื้อแหลม,ไพศาล ขุนหนู , แอมป์ วง ซีทรู ,บอล วงกลม ,นิล วงแทมมะริน , อ๊อฟ ดอกฟ้า อาร์สยาม ,พง พัทลุง ,  ครูเต้ย อภิวัฒน์ , หม่ำ จ๊กมก , บิณฑ์-เอกพัน บันลือฤทธิ์ ,ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ , ยิ่งยง ยอดบัวงาม,หลวงไก่, แอนนา ชวนชื่น , เมญ่า ซันซัน 

 “มนต์รัก..ดอกผักบุ้ง เลิกคุยทั้งอำเภอ” ครั้งแรก!!กับการรวมตัวกันของสุดยอดนักร้องเพลงใต้ กับ สุดยอดนักร้องเพลงอีสาน พร้อมประชันความสนุกสุดฮาบนจอภาพยนตร์ นำทีมโดย เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ,ลิลลี่ เลิกคุยทั้งอำเภอ , ไพศาล ขุนหนู , แอมป์ วง ซีทรู ,บอล วงกลม ,นิล วงแทมมะริน , อ๊อฟ ดอกฟ้า อาร์สยาม ,พง พัทลุง และขาดไม่ได้คือ เอกชัย ศรีวิชัย ปะทะสุดยอดนักร้องฝั่งอีสานหลายล้านวิวอย่าง ครูเต้ย อภิวัฒน์ ,ราชินีสีม่วง น้อง ดาวเรือง แสดงสดรถแห่ และเตรียมแจ้งเกิดพระเอกนักบู๊คนใหม่ พลตรี แสงมณี เสริมทัพด้วยนักแสดงที่แค่เห็นหน้าก็ฮาแล้วอย่าง หม่ำ จ๊กมก , บิณฑ์-เอกพัน บันลือฤทธิ์ ,ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ , ยิ่งยง ยอดบัวงาม,หลวงไก่, แอนนา ชวนชื่น , เมญ่า ซันซัน นางงามพยายามสวย ฯลฯ และนักแสดงสมทบอีกคับคั่ง เรื่องราวความสนุกจะเป็นอย่างไรต้องไปติดตามกันในโรงภาพยนตร์ การันตีฝีมือกำกับภาพยนตร์โดย เอกชัย ศรีวิชัย พร้อมเปิดกล้องเดือนธันวาคม 2562 กำหนดฉายปี 2563 โดย เอ็ม พิคเจอร์ส และ แม่ เรียงฟิล์ม จำกัด.

กำหนดฉาย: 26 มีนาคม 2020

post

[รีวิว]ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ

จีน (ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง) ต้องการจะเคลียร์บ้านเพื่อรีโนเวท มหกรรมการโละของออกจากบ้านจึงเกิดขึ้นอะไรที่ไม่ใช้แล้วอะไรที่ทิ้งไว้ก็รกเธอตัดสินใจจะทิ้งให้หมดเลยแต่เมื่อเธอได้เจอกับของบางอย่างที่เป็นของเอ็มแฟนเก่าของเธอ (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) จีนเริ่มพบว่าการทิ้งครั้งนี้ไม่ง่ายเพราะของบางอย่างแม้จะไม่มีประโยชน์แล้วแต่มันยังมีเรื่องราวให้นึกถึงมีอดีตที่ยังค้างคามีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่สามารถแค่ทิ้งลงถุงดำแล้วหายไปจีนจึงต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับสิ่งของของเอ็มเธอจะทิ้งไปเก็บไว้หรือเดินไปคืนถึงจะเป็นการทิ้งที่สมบูรณ์ที่สุด

เป็นเรื่องราวของ จีน (ออกแบบ) หญิงสาววัย 28 ปี ที่วางแผนจะรีโนเวทบ้านให้กลายเป็นออฟฟิศสุดมินิมอล แผนการคลีนบ้านสุดรกจึงเกิดขึ้น เธอร่วมมือกับพี่ชายที่จะค่อยๆทิ้งสิ่งของต่างๆ พวกเขาต้องต่อสู้กับแม่ผู้ไม่ยอมทิ้งอะไรสักอย่างเลยตามสไตล์คนแก่ รวมถึงต้องต่อสู่กับจิตใจตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นของที่เสียแล้ว แต่มันเคยเป็นของรักของเราสมัยเด็ก ของที่ไม่ใช้แล้ว แต่มันเป็นของที่พ่อแม่ซื้อให้ ของขวัญวันเกิด หรือโปสต์การ์ดจากเพื่อนที่ส่งมาให้ด้วยมิตรภาพ และอะไรอีกหลายอย่างที่ใครเคยต้องจัดห้อง จัดบ้าน หรือเคลียร์โต๊ะทำงานคงจะเข้าใจดีว่ามันยากแค่ไหนในการที่จะตัดสินใจเก็บบางสิ่ง หรือทิ้งบางอย่าง

อะไรคงไม่ยากเท่าของจากคนที่เราเคยมีความผูกพัน มีวันคืนที่ดีร่วมกัน หรือมีความรักให้กัน และนั่นคือสิ่งที่จีนกำลังต้องเผชิญ เมื่อเธอพบสิ่งของจาก เอ็ม (ซันนี่) แฟนเก่า ตกอยู่ในห้อง แปลกดี มันเป็นสิ่งของชิ้นเดียวที่เธอมีร้อยกว่าเหตุผลที่จะทิ้งไปและมีอีกร้อยกว่าเหตุผลที่อยากเก็บมันไว้ หรือว่าการเดินทางเอาของชิ้นนี้กลับไปคืนเขาจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด! ถ้าเป็นคุณคุณจะทิ้งจะเก็บหรือจะไปคืนเจ้าของสิ่งนั้น 26 ธ.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์.

ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ 8/10