post

รีวิว Vivarium

ขื่อหนัง : Vivarium
ขื่อไทย : หมู่บ้านวิวา(ห์)เรียม
แนว : ภาพยนตร์ลึกลับ/บันเทิงคดีวิทยาศาสตร์
นักแสดงนำ : อิโมเจน พูทส์
โจนาธาน เอรีส
เจสซี ไอเซนเบิร์ก
เซนาน เจนนิงส์

แม้ว่าหน้าหนังจะถูกขายมาในสไตล์สยองขวัญ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้ว Vivarium เป็นหนังที่หลากหลายอารมณ์ แฟนตาซี ไซไฟ ที่ดำเนินเรื่องราวไปบนบรรยากาศลึกลับเต็มไปด้วยปริศนา จะว่าไปอารมณ์สยองขวัญนั้นแทรกอยู่น้อยมากด้วย เป็นหนังที่เน้นขายวิสัยทัศน์ของ ลอร์แคน ฟินนิแกน ผู้กำกับชาวไอร์แลนด์ ที่ถนัดมากกับหนังแนวแฟนตาซี-ลึกลับ อะไรแบบนี้

Vivarium เป็นหนังยาวเรื่องที่ 2 ของลอร์แคน ฟินนิแกน ต่อจาก Without Name ในปี 2016 ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาทำหนังสั้นมาแล้วถึง 7 เรื่อง แต่ Vivarium ก็เป็นผลงานแรกที่ผลิตโดยสตูดิโอฮอลลีวูด เข้าฉายในอเมริกาเมื่อเดือนมีนาคม ในช่วงที่โควิด-19 กำลังเริ่มแพร่ระบาดในอเมริกาพอดี ก็เลยได้ฉายแบบจำกัดโรงแล้วก็ต้องลาโรงไปก่อนกำหนด ทำให้หนังทุนสร้าง 4 ล้านเหรียญเรื่องนี้ ทำรายได้ไปแค่ 123,044 เหรียญ แม้จะผ่านการเข้าชิงรางวัล Critics Week ในเทศกาลหนังเมืองคานส์เมื่อปี 2019 มาแล้วด้วย

เรื่องนี้ยังเป็นผลงานเขียนบทร่วมระหว่างลอร์แคน ฟินนิแกนผู้กำกับกับมือเขียนบทคู่ใจ กาเร็ต แชนลีย์ ที่เขียนบทร่วมกับมาตั้งแต่ตอนทำหนังสั้น และเป็นการหยิบหนังสั้น 16 นาที เรื่อง Foxes เมื่อปี 2011 มาขยายความให้ออกมาเป็นหนังยาว แล้วได้ 2 นักแสดงฮอลลีวูดมากฝีมือมารับบทนำ อิโมเจน พูตส์ และ เจสซี ไอเซนเบิร์ก ทั้งคู่รับบทเป็นคู่รัก เจ็มมา และ ทอม ที่กำลังอยู่ในวัยสร้างตัวทั้งคู่ใฝ่ฝันอยากมีบ้านหลังเล็ก ๆ ด้วยกัน เลยแวะเข้าไปดูสำนักงานขายโครงการบ้าน ก็โดนวาทศิลป์ของเซลส์ขายบ้านที่หว่านล้อมให้ทั้งคู่ตามไปดูบ้านจริงในโครงการซึ่งอยู่ใกล้ ๆ แล้วก็พบกับโครงการบ้านที่มีบรรยากาศสุดประหลาด บ้านทุกหลังสีเขียวทรงเดียวกันหมด แล้วก็ร้างผู้คน ขณะเดินสำรวจบ้านเซลส์ที่พามาดูบ้านก็หายสาบสูญไป ทั้งคู่พยายามขับรถออกจากโครงการแต่ไม่ว่าจะขับไปในทิศทางใด เขาก็ต้องกลับมาเจอบ้านเลขที่ 9 ที่เขาได้เข้าไปเยี่ยมชมก่อนหน้านี้เสมอ

นับว่าเป็นหนังที่ขายไอเดียของลอร์แคน ฟินนิแกนอย่างจริงจัง ซึ่งตัวผู้กำกับเองก็มีพื้นฐานมาจากอาชีพกราฟิกดีไซเนอร์ก็เลยสื่อออกมาในงานภาพอย่างชัดเจน ทีเด่นชัดคือสไตล์ของบ้าน และการใช้อิทธิพลของสี การสร้างสรรค์ท้องฟ้าและก้อนเมฆที่ให้ดูเหมือนในหนังการ์ตูน สื่อให้สัมผัสได้ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่มิติปกติแล้ว

หนังเดินเรื่องด้วยตัวละครเพียง 3 คนหลัก คือทอม, เจ็มมา และเด็กทารกแปลกหน้าที่ทำหน้าที่หัวใจหลักของการดำเนินเรื่อง เมื่อทั้งคู่รู้ตัวว่าติดกับอยู่ในดินแดนประหลาดที่ไม่เห็นหนทางออก อยู่ดี ๆ ก็มีกล้องกระดาษมาวางหน้าบ้าน ในกล่องมีเด็กทารกเพศชายและข้อความกำกับว่า ให้เลี้ยงดูเด็กคนนี้แล้วจะปล่อยออกไปจากดินแดนประหลาดนี้ ทั้งทอมและเจ็มมาทำหน้าที่ตัวแทนคนดูที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ต้องดำเนินชีวิตไปแต่ละวัน ประทังชีวิตด้วยอาหารและเสื้อผ้าที่อยู่ดี ๆ ก็ถูกบรรจุในกล่องมาวางหน้าบ้าน สิ่งเดียวที่มีความเปลี่ยนแปลงในเนื้อหาก็คือเด็กลึกลับผู้นี้ ที่นับวันจะโตเร็วขึ้นและมีพฤติกรรมประหลาด ทำให้สถานะของเด็กชายนั้นทำหน้าที่กลไกหลักในการขับเคลื่อนให้หนังเดินหน้าไปอย่างน่าสนใจ จุดนี้ก็ต้องชื่นชมทั้งทีมงานที่สร้างสรรค์บุคลิกและการแสดงออกของเด็กชายให้น่าขนลุก และเซแนน เจนนิงส์ นักแสดงเด็กที่มีผลงานการแสดงก่อนหน้าไม่มากแต่ก็ทำให้เด็กชายไร้ชื่อผู้นี้มีทั้งความน่ากลัวและน่าสงสารในคราเดียวกัน

จะว่าไปหนังที่เปิดเรื่องมาพร้อมปริศนาที่อัดแน่นแบบนี้ ล้วนน่าติดตามอยู่แล้วให้คนดูใจจดใจจ่ออยู่กับตัวหนังได้ตลอด แต่สำหรับ Vivarium นั้นดำเนินไปบนโจทย์ที่ออกจะยากสักหน่อยที่หนังมีตัวละครเพียงแค่ 3 คน แต่บทหนังก็ฉลาดในการสอดแทรกเงื่อนงำใหม่ ๆ เข้ามาอยู่หลายครั้ง ให้คนดูต้องดูไปคิดตามไปเรื่อย ๆ แต่สุดท้ายหนังก็พาไปสู่จุดจบแบบปลายเปิด ซึ่งอาจจะไม่ถูกใจผู้ชมส่วนใหญ่เท่าใดนัก ที่หนังไม่ได้เฉลยอะไรอย่างชัดเจน แต่ทิ้งเป็นการบ้านให้คนดูตีความกันเอาเองว่าเบื้องหลังหมู่บ้านลึกลับนี่คืออะไร บวกกับนัยยะทางสังคมและเศรษฐกิจที่ผู้กำกับสอดแทรกไว้แล้วแต่ว่าใครจะตีความกันออกหรือไม่ แต่ที่ยืนยันนอนยันได้ Vivarium ไม่ใช่หนังสยองขวัญแน่ ๆ ครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *