post

รีวิว The Raid2

ขื่อหนัง :The Raid2
ขื่อไทย :ฉะ! ระห้ำเมือง
แนว :แอคชั่น/บันเทิงคดีอาชญากรรม
นักแสดงนำ :อิโก อูไวส์
จูลี่ เอสเตลล์
ยายาน รูเฮียน
Cecep Arif Rahman

ให้ 9/10 สำหรับแอคชั่นและความมันส์ซึ่งใช้ศิลปะการต่อสู้แบบอินโดผสมผสานเข้าด้วยกัน…..คำเตือน: เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้เป็นโรคหัวใจ กลัวเลือด หรือจิตใจอ่อนแอ ไม่เหมาะแก่การชม และอย่าดูแค่รูปร่างหน้าตาคนเล่นเพราะของเขาดีจริง และยังพอมีคนหล่อๆสวยๆให้ดูอยู่บ้าง 3-4 คน……

ชื่อไทย “ฉะ! ระห้ำเมือง” ไม่ได้พิมพ์ผิดแต่อย่างใด แต่เป็นความตั้งใจของคนตั้งชื่อหนัง เพราะมันเกินกว่าคำว่า “ระห่ำ” ซึ่งอิชั้นก็เห็นด้วยว่า “มันระห้ำจริงๆ!” อย่าดูถูกหนังอินโดนะจ๊ะ ของเค้ามาๆ แต่กำกับ เขียนบท และตัดต่อโดยชาวเวลส์ที่ชื่อ Gareth Evans

ภาคนี้เป็นภาค 2 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ต่อจากภาคแรกที่พระเอกซึ่งเป็นหนี่งในหน่วยสวาทบุกเข้าไปทลายแก๊งมาเฟียที่ตึกแห่งหนึ่งและโดนรุมออกมาไม่ได้ คล้ายๆ Brick Mansion (2014) และ B13 (2004) ส่วนภาคนี้จะเป็นหลังจากที่พระเอกออกมาจากตึกได้แล้ว และต้องยอมไปเป็นสายลับปลอมตัวเข้าไปอยู่กับอีกแก๊งหนึ่ง…เหตุการณ์ต่อกันจริง แต่แทบไม่แตะเนื้อเรื่องในภาค 1 เพราะฉะนั้นไม่ต้องดูภาค 1 ก็ดูรู้เรื่องค่ะ

ภาคนี้ขอยอมรับเลยว่าสนุกกว่าภาค 1 เยอะๆ เพราะภาค 1 เนื้อเรื่องไม่ค่อยมี มีแต่แอคชั่นล้วนๆค่ะ แต่ภาค 2 มีเนื้อเรื่องที่ถึงแม้ว่าจะเป็นตามขนบหนังสายลับฮ่องกง แต่มันก็เล่าและขับเคลื่อนหนังได้ดีพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ผูกเรื่องแน่นอะไรมากมายแบบ Infernal Affairs นะคะ ส่วนภาพและสีในหนังจะค่อนข้างมีสีเทาๆทั้งเรื่อง ไม่มืดและไม่สว่าง สีเหมือนฝนกำลังจะตกอยู่ตลอดเวลา การออกแบบซีนและมุมกล้องโอเคเลยค่ะ บางซีนถึงขั้นดีและสวยทีเดียว มี 1 ซีนก่อนฉาก Climax โกงความตายได้น่าเกลียดนิดนึงแต่ให้อภัย เพราะไม่งั้นหนังจะไม่เคลื่อน ตัดภาพดี และเสียงแน่นมาก

ออกแบบฉากแอคชั่นและต่อสู้ได้ดีมากๆ มันส์มากๆ โหดมากๆ ดิบมากๆ เลือดสาดกระจาย ประมาณว่า “ช่วยเซ็นเซอร์หน่อยก็ดีนะจ๊ะ” หรือ “เปลี่ยนมุมกล้องและส่งมาแต่เสียงให้ได้ยินก็พอแว้ววว” แต่เป็นฉากแอคชั่นที่ดูแล้วสะใจมาก ชอบแต่แอบเหนื่อย และถึงแม้ว่าจะมีในส่วนเนื้อเรื่องคั่นเป็นระยะๆก็ยังเหนื่อยอยู่เพราะเนื้อเรื่องก็หนักใช้ได้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แน่นอะไรมากมายก็เถอะ (มีผู้หญิงบางคนลุกออกจากโรงก่อน เพราะหนังสนุก แต่ต่อสู้โหดและนานมากถึง 3 ชม.)

ฉากแอคชั่นให้อารมณ์เหมือนหนังเกาหลีอย่าง The Man From Nowhere แต่ดูสมจริงมากๆและไม่เก๊กให้ดูเท่ การออกแบบตัวละครผู้ร้ายคู่ชายหญิงคล้ายๆออกมาจากการ์ตูน แต่ไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ เข้ากับหนังได้ดีและเก๋มาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *