post

รีวิว The Purge 3: Election Year

ขื่อหนัง : The Purge 3: Election Year
ขื่อไทย : คืนอำมหิต ปีเลือกตั้งโหด
แนว : ภาพยนตร์สยองขวัญ/แอคชั่น 
นักแสดงนำ :แฟรงค์ กริลโล
เอลิซาเบธ มิตเชลล์
มิเคลติ วิลเลียมสัน
เอ็ดวิน ฮ็อดจ์

สืบต่อเนื่องกันมาเป็นภาคที่สามแล้ว สำหรับหนังที่มีพล็อตแปลกและสุดโต่ง เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ มีความคิดที่จะแก้ปัญหาเรื่องต่างๆ ในประเทศด้วยการตั้งคืนพิเศษขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดจำนวนประชากร ซึ่งในสองภาคแรกอย่าง ‘The Purge (2013)’ และ ‘The Purge: Anarchy (2014)’ ก็จะกล่าวถึงปีแรกๆ และปีต่อๆ มาของการมีคืนอำมหิต

ลีโอ บาร์นส์ (Frank Grillo) หนุ่มตัวเอกในภาคที่แล้ว มาภาคนี้เขาได้กลายเป็นหัวหน้าหน่วยคุ้มกันวุฒิสมาชิกหญิง ชาร์ลี โรน (Elizabeth Mitchell) ผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ชูประเด็นการต่อต้านและยกเลิกคืนล้างบาป

รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้นโยบายนี้มานานหลายปี จนเสียงเรียกร้องไม่เห็นด้วยกับคืนล้างบาปนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ และโรนกำลังใกล้จะชนะศึกในไม่ช้า แต่คืนล้างบาปกำลังจะมาถึง และเธอคือเป้าหมายใหญ่ที่จะถูกปลิดชีพในคืนนั้นอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง หากเธอเลือกจะเผชิญหน้าด้วยการอยู่ในบ้านพักที่มีการคุ้นกันอย่างดีแทนการหลบลี้หนีหน้า

กท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลจากทั่วโลกมายังอเมริกาเพื่อร่วมประเพณีล้างบาปที่ไม่เหมือนใครครั้งนี้ เพราะเจ้าหน้าที่ระดับไหนๆ ก็ไม่ได้รับการยกเว้น การล้างบางคนจนกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยมีคนรวย นักการเมือง และคนในศาสนาที่กำลังร่วมกันก่อการหนนี้

ใครๆ ก็รู้ว่าหนังภาคต่ออย่าง ‘The Purge’ เป็นหนังแบบไหนถ้าได้เคยดูมาแล้วสักภาค ภาพของฉากฆ่าแกงกันแบบจะๆ ชีวิตของคนที่ต้องป้องกันตนเองตามแต่กำลังเงินจะพึงมียังคงเป็นมาทุกภาค และแน่นอนว่าคนจนมักไม่มีทางเลือก และกลายเป็นเป้าที่จะต้องถูกเก็บอยู่ร่ำไป

หนังเริ่มเล่าที่เรื่องของคนกลุ่มเล็กๆ ก่อน โจ ดิกสัน (Mykelti Williamson) เจ้าของร้านชำผิวสีที่จำต้องปกป้องร้านตัวเอง ยืนเฝ้ายามอยู่บนดาดฟ้าของร้าน คืนนั้น เขาต้องเจอกับสาวสีผิวเดียวกันที่เคยจะมาขโมยขนมในร้าน กลับมาพร้อมอาวุธเพื่อหมายฆ่าเจ้าของร้าน แต่เขายังมี มาร์โก้ส์ (Joseph Julian Soria) หนุ่มเม็กซิโกที่เขาช่วยเหลือเอาไว้มาคอยช่วยเขาอีกแรง

แล้วหนังก็ก้าวไปเล่าถึง สว. โรน ที่กำลังใช้โอกาสนี้เพื่อสร้างคะแนนเสียง เธอเลือกจะอยู่ในบ้านพักเพื่อแสดงตนว่าจะไม่หนีคืนล้างบาปนี้ไปไหน แต่นั่นแหละ อย่างไรเสียเธอก็ไม่รอด ต้องหลบออกไปพร้อมกับลีโอ จนคนสองกลุ่มต้องเจอกันด้วยจุดประสงค์เดียวคือการเอาตัวรอด และการณ์กลายเป็นว่า คนดำต้องช่วยเหลือคนขาว

ภาคก่อนจะเน้นการปกป้องชีวิตตัวเองอยู่ในบ้าน ขยายมาเป็นการเดินไปหลบไปในเมือง มาภาคนี้ ‘The Purge 3: Election Year’ พาไปเผชิญกับเหตุเอาตัวรอดจากคืนอันเลวร้ายในหลากหลายที่ ทั้งในเมือง ทั้งใต้ดิน และแม้กระทั่งในโบสถ์

ภาคใหม่เล่าขยายไปถึงในภาคการเมืองและศาสนา พวกเขามองการชำระล้างบาปในมุมใหม่ที่เลวร้ายกว่าเดิม เหมือนเป็นการมองในมุมของตัวเอง ใกล้เคียงกับจะเป็นการหลอกตัวเองด้วยซ้ำ นักการเมืองที่คิดว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ไม่มองว่าเป็นความเลวร้าย ขณะที่นักบวชในศาสนาเองก็บิดเบือนศรัทธาไปสู่ความเชื่อในด้านมืด อาจถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็นการรับใช้การเมืองเสียด้วยซ้ำ

การล้างบาปที่จัดขึ้นทุกปีเป็นความตั้งใจจะหลบเลี่ยงการแก้ไขปัญหาของประเทศด้วยปัญญา มาใช้ความรุนแรงมาใช้แก้ปัญหา และกลายเป็นว่าคนรวยกลับรอดเพราะมีเม็ดเงินในการป้องกันตัวเอง แถมยังมีปัญญาจัดกิจกรรมล่อลวงคนเข้ามาเพื่อฆ่าแล้วอ้างว่ามันเป็นการชำระล้างบาป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *