post

รีวิว The Old Guard

ขื่อหนัง : The Old Guard
ขื่อไทย : ดิ โอลด์ การ์ด
แนว : แอคชั่น/ภาพยนตร์แนวแฟนตาซี
นักแสดงนำ : ชาร์ลีซ เทรัน
กีกี้ เลย์น
แฮร์รี่ เมลลิ่ง
มาทิอัส โชนาร์ท

หนังเรื่องนี้ไม่ตั้งชื่อไทยให้เมื่อยตุ้ม ใช้แบบทับศัพท์กันไปเลย ดิ​ โอลด์ การ์ด เรื่องราวของทีมเล็กๆ ทีมหนึ่งที่มีกันอยู่สี่คนอันประกอบไปด้วย แอนดี้ (Charlize Theron จากหนัง Atomic Blonde และ Mad Max: Fury Road)​ หญิงสาวผู้นำทีมที่มีอายุยืนยาวที่สุด, บุคเกอร์ (Matthias Schoenaerts จาก A Hidden Life และ The Danish Girl) ชายชาวฝรั่งเศสที่เคยเป็นทหารของนโปเลียน, โจ (Marwan Kenzari จาก Aladdin กับ What Happened to Monday) และนิกกี้ (Luca Marinelli) สองคนที่เคยเป็นฝ่ายตรงข้ามกันมาก่อนในสงครามครูเสดก่อนจะกลายมาเป็นคู่ชีวิตของกันและกัน

พวกเขามีความพิเศษเหนือมนุษย์นั่นคือ พลังในการรักษาตัวเอง แม้จะโดนยิงจนเสียชีวิตไปแต่พวกเขาก็จะฟื้นกลับมามีชีวิตใหม่ กระสุนที่เคยฝังอยู่ก็ถูกเด้งออกมา แผลหายสนิทราวกับไม่เคยมีถูกกระสุนเจาะเลือดเนื้อมาก่อน

พวกเขารวมตัวกันด้วยพลังที่เหมือนกัน อยู่อาศัยบนโลกมานานแต่ต้องซุกซ่อนตัวไม่อยู่ในสังคม รับงานเบื้องหลังอย่างช่วยชีวิตตัวประกันอะไรพวกนี้

หนังเรื่องนี้พาเราไปรู้จักกับทีมซูเปอร์ฮีโร่ที่เราไม่เคยรู้ถึงการมีของพวกเขามาก่อน การที่พวกเขามีพลังฟื้นฟูตัวเองทำให้ตายแล้วฟื้นใหม่ได้หลายหน แน่นอนว่า พวกเขาก็คงต้องอยู่บนโลกนี้มาอย่างยาวนาน และหนังก็พยายามจะตั้งคำถามต่อคนดูอยู่เป็นระยะว่า โลกสร้างพวกเขาขึ้นมาทำไม

เอาจริงๆ ในความรู้สึกผม กับการดูหนังแอคชั่นบนจอทีวีในระบบสตรีมมิ่งนี่มันไม่ได้ชักชวนให้รู้สึกตื่นตาหัวใจเต้นระรัวอย่างที่รู้สึกในโรงภาพยนตร์นะ แต่มันการรับชมภาพยนตร์ที่สามารถหยุดพักไปห้องน้ำ เปิดอ่านมือถือ หรือเอาของไปเก็บได้อยู่เป็นพักๆ ทำให้เราไม่ได้โฟกัสเต็มที่กับหนังเท่ากับการอยู่ในโรงจริงๆ หรอก

สำหรับ ดิ โอลด์ การ์ด นั้น ผมมองว่ามันเป็นหนังที่ค่อนข้างมีพาร์ทดราม่าค่อนข้างเยอะนะ ซึ่งมันก็เป็นช่วงของการเล่าเรื่องที่ทำให้เราเข้าใจที่มาและเบื้องหลังของพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ นั่นแหละ ทำให้เราได้รู้ว่า พวกเขามีมาแต่ยุคไหน มีเรื่องราวอะไรที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นบ้าง มีปมอะไรในใจของแต่ละคนมั้ย อะไรอย่างนี้…

เพราะฉะนั้นช่วงครึ่งแรกของหนังจะวนอยู่กับการพูดคุยและเล่าเรื่องเสียเยอะ ก่อนที่จะเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ กับฉากการต่อสู้ที่ใช้สตันท์น้อยเน้นเล่นจริง และเมื่อมันเป็นหนังที่ยิงกันเลือดสาด มันก็เป็นธรรมดาที่หนังจะได้เรท R

หนังดัดแปลงและสร้างขึ้นจากนิยายภาพที่เขียนโดย Greg Rucka วาดโดย Leandro Fernandez และลงสีโดย Daniela Miwa หนังกำกับโดย  Gina Prince-Bythewood เธอเป็นผู้กำกับหญิงผิวสีคนแรกที่กำกับหนังไลฟ์แอคชั่นที่ดัดแปลงจากคอมิค

เรื่องราวที่พลิกผันได้เรื่อยๆ แม้ไม่หวือหวาแต่ก็พอจะทำให้หนังเรื่องนี้ดูสนุกได้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นการได้รู้ว่าแอนดี้ที่มีชื่อเต็มๆ ว่า ‘Andromache’ เธอคือดิโอลด์การ์ดที่แก่ที่สุด เธอจึงสั่งสมประสบการณ์ในเชิงการต่อสู้ไว้มากที่สุด ทว่าเธอกำลังเผชิญบางสิ่งที่เธอไม่เคยต้องเผชิญมาก่อน ชาริส เธอรอน ยังคงเท่ไม่ต่างจากที่เคยเห็นใน Mad Max: Fury Road ผมอาจดูยาวขึ้นแต่ก็ยังเป็นทรงสั้นอยู่ ลีลาพะบู๊ยังคงได้ใจเหมือนเดิม

ประเด็นที่ยังคงใช้อยู่ในบรรดาหนังซูเปอร์ฮีโร่ก็คงจะเป็นเรื่องของความแปลกแยกจากผู้คน เมื่อพวกเขามีพลังที่ไม่เหมือนคนทั่วไป ในอดีตมักถูกมองว่าเป็นพ่อมดแม่มดและต้องถูกกำจัด ขณะที่โลกในปัจจุบัน การสื่อสารและเทคโนโลยีทำให้พวกเขาหลบซ่อนตัวได้ยากขึ้น ขณะที่โลกของทุนนิยมก็อาจไม่ได้สนใจเรื่องมนุษยธรรมมากเท่าผลกำไรในธุรกิจ พวกเขาถูกไล่ล่าเพื่อเอาไปทำการทดลองและมองหาพลังฟื้นฟูให้กับมวลมนุษยชาติ

สุดท้ายแล้วพวกเขาคงต้องดิ้นรนช่วยเหลือกันเอง ทั้งยังต้องเผชิญกับความคิดที่แตกต่างอันเป็นธรรมดาของการทำงานเป็นทีม

ดูจากตอนจบ เชื่อว่าหลายคนคงอยากจะดูภาคต่อกันแล้วล่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *