post

รีวิว Shaft

ขื่อหนัง : Shaft
ขื่อไทย : แชฟท์ เลือดตำรวจพันธุ์ดิบ
แนว : แอคชั่น/ตลก
นักแสดงนำ : เจสซี่ อัชเชอร์
ซามูเอล แอล. แจ็กสัน
ริชาร์ด ราวนทรี
อเล็กซานดร้า ชิปป์

เป็นหนังภาคต่อจากปี 2000 ที่”ซามูเอล แจ็คสัน” สวมบทบาทเจ้าหน้าที่ จอห์น แชฟท์ที่2 เฉือนคมล่าหัวคริสเตียน เบล ผู้ฆาตกรรมคนผิวสีมารับผิดอีกด้วย

เรื่องย่อ..ภาคนี้
เจเจ ลูกชายจอห์น แชฟท์ ผู้ไม่เคยพบพ่อตัวเองเลยแม้แต่น้อย นอกจากของขวัญที่ส่งมาไม่เคยขาด เติบโตมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ พยามสืบคดีเพื่อนที่ตายอย่างปริศนา เพราะเล่นยา และทำให้เจเจเลือกที่จะไปพึ่งจอห์นผู้เป็นพ่อ ให้จอห์นช่วย และจอห์นได้รู้ว่า เจเจจูเนี่ยร์ ลูกเขาไม่มีอะไรที่เหมือนเขาเลยสักนิด

หนังเปิดเรื่องในปี1989 พยามเชื่อมโยงให้ตัวหนัง Shaft ในปี 2000 และปี 2019 บรรจบเข้าด้วยกันให้ได้ ด้วยการเล่าเรื่องที่รวดเร็ว ตัดเหตุการณ์รวดไว

ตรงส่วนนี้เราได้เห็นฟุตเทจเก่าๆจากหนัง Shaft ปี 2000 เข้ามาย้อมแมวว่าเป็นปี 2000-2007
แถมตัวหนังมีการใช้ซีจีลบรอยย่นซามูเอล ในฉากย้อนวัยยุค 1989 ได้แก่กว่ายุค 2000 ถุงใต้ตาบวมตุ่ย อันนี้คือแบบ ยกระดับให้ซีจีย้อนวัยของนิก ฟิวรี่ ในกัปตันมาร์เวล ดูดีขึ้นไปอีก..

โดยส่วนตัวรู้สึก Shaft ภาคนี้ ค่อนข้างเป็นหนังคอมเมดี้ครอบครัวสืบสวนอยู่

เพราะงั้นภาคนี้ มันให้อารมณ์คล้ายเหมือนกับเราดู Big Mommas 3 (ประมาณรุ่นพ่อสอนรุ่นลูก) แต่ตัวหนังก็ยังคงกลิ่นอายเดิมๆอยู่นะ

ถือเป็นหนังรวมญาติ Shaft ที่ได้เห็นซามูเอลปล่อยมุข จีบสาว และพูดคำหยาบรัวๆแบบพอดี Mother f**ker ไม่สนพวกอิทธิพล ในแบบที่รู้สึกว่าตลกดี

เอาจริงๆพี่แกก็พูดหยาบตั้งแต่ฉบับ 2000 มันคือเสน่ห์หนังตระกูลนี้ตั้งแต่รุ่น ริชาร์ด ราวด์ทรี 70s โน่น

ก็ขอชมนะการเดินเรื่องของเรื่องนี้ค่อนข้างโอเค ลื่นไหล ดูไหลลื่นไม่มีตกร่อง แต่ที่จืดคือตัวบทหนัง

ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ถ้าเทียบกับหนังยุคนี่ คือความต่างคนรุ่นเก่า กับคนรุ่นใหม่ และบุคลิกอุปนิสัยที่ต่าง มาทำทีมร่วมกัน มันเห็นได้จากหนังคู่หูทั่วๆไป แบบ Rush Hour ไรงี้

ตัวหนังมีประเด็นเชื้อชาติมาใช้ แต่ก็ไม่ได้ลงลึก โดยส่วนใหญ่เน้นที่มิติความเป็นพ่อลูก ความสัมพันธ์ครอบครัวมากกว่า..
ปมต้นเรื่องถูกปูมาเพื่อให้ท้ายเรื่องมาบรรจบกัน

ตัวละครที่เด่นๆในภาคนี้ เหมือนตัวหนังมันพยายามเทบทมาที่ลูก แชฟท์ จูเนียร์ ที่รับบทโดย “เจสซี่ อัชเชอร์” แต่กลายเป็นว่าเสน่ห์และความสนุกของหนัง ยังคงอยู่ที่ “ซามูเอล แจ็คสัน” แชฟท์ฉบับ2000 คนเดิม ผู้เป็นพ่อ..

และได้เห็นริชาร์ด ราวด์ทรี เจ้าของบทแชฟท์รุ่นแรก กลับมารับเดิม แต่รู้สึกมาเหมือนเชิงรับเชิญอยู่ไม่ได้โดดเด่นอะไร

หนังภาคนี้เทียบกับภาค ปี 2000 ทำให้ Shaft ภาคนี้ ลดดีกรีความเป็นทริลเลอร์หรือความห้ำหั่นลงไปเยอะมาก และถูกแทนที่ด้วยมุขตลก และดนตรีคูลๆ ตามยุคสมัย

ฉากแอ็คชั่นที่มีก็ค่อนข้างสมัยใหม่มากขึ้น ด้วยดนตรีประกอบและมุมภาพการเล่าที่ค่อนข้างสวนทางกับความดุเดือด มันทำให้ดูบันเทิงและเท่ไปในตัว

สรุปคือเป็นหนังค่อนข้างเบาหัวจากภาคก่อนๆมาก เต็มไปด้วยการหยอดมุข แต่ไม่เลอะเทอะ เดินเรื่องไหล แต่บทไม่มีไรใหม่มาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *