post

รีวิว Official Secrets

ขื่อหนัง :Official Secrets
ขื่อไทย :รัฐบาลซ่อนเงื่อน
แนว :กระตุกขวัญ/สงคราม 
นักแสดงนำ :เคียรา ไนต์ลีย์
เรล์ฟ ไฟนส์
แมทธิว กู๊ด
แมตต์ สมิธ

Official Secrets รัฐบาลซ่อนเงื่อน เรื่องจริงของการเปิดโปงความลับรัฐบาลที่ฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์ ในปี 2003 ช่วงเวลาก่อนสงครามอิรัก ที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษหาทางบุกโดยไม่สนใจเสียงคัดค้านของสหประชาชาติหรือพลเมืองในประเทศตัวเอง แคทธารีน กัน (เคียร่า ไนท์ลี่ย์) เจ้าหน้าที่สำนักข่าวกรองของอังกฤษ (GCHQ) ได้รับอีเมลเป็นเอกสารลับ ที่เผยว่าทางการสหรัฐฯ กำลังสอดแนมสมาชิกคณะมนตรีความมั่งคงแห่งสหประชาติเพื่อบีบบังคับสมาชิกให้ยินยอมการทำสงครามอิรัก แคทธารีนได้ส่งสำเนาเอกสารให้ มาร์ติน ไบรท์ (แมทท์ สมิธ) นักข่าวของ The Observer เพื่อตีพิมพ์ บทความดังกล่าวได้สร้างแรงสะเทือนทั่วเกาะอังกฤษ ที่ผู้คนไม่ต้องการนำประเทศเข้าไปก่อสงคราม ส่งผลให้ชีวิตของแคทธารีนตกอยู่ในอันตรายเมื่อเธอถูกตั้งข้อหาละเมิดกฎหมายความลับราชการ ที่เธอเห็นว่ารัฐบาล “โทนี แบลร์” กำลังโกหกประชาชน

Official Secrets เป็นหนังสร้างจากเรื่องจริงเกือบ 100% มีการอ้างอิงชื่อ ตำแหน่ง ต่างๆ ของเหตุการณ์ในช่วงนั้นชัดเจนทุกคน รวมถึงแทรกฟุตเทจช่วงก่อนและหลังเกิดสงครามอิรัก ที่กลายมาเป็นจุดจบของ “ซัดดัม ฮุสเซน” ผู้นำอิรักที่ถูกกล่าวหาว่ามีอาวุธเคมีร้ายแรงไว้ในครอบครอง ถึงขั้นรายงานว่าซัดดัมสั่งให้สร้างโรงงานผลิตบนรถไฟที่เคลื่อนย้ายได้ตลอดเวลา เพื่อหลบหลีกการตรวจสอบจากนานาชาติ ซึ่งปัจจุบันข้อกล่าวหาทั้งหมดนี้ถูกพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง (อ่านข่าวเสริมได้ที่ท้ายบทความรีวิว) เรียกว่า ซัดดัมเป็นผู้บริสุทธ์ (ในข้อกล่าวหานี้) ที่ตกเป็นเหยื่อมหาอำนาจสองประเทศ ที่กระหายจะเข้าไปยึดครองสูบผลประโยชน์โดยรัฐบาลเงาที่แต่งตั้งขึ้นมาเอง แม้แต่ศาลที่ตัดสินแขวนคอซัดดัมก็ตั้งขึ้นแยกออกมาจากปกติ เพื่อให้มีอำนาจตัดสินพิจารณาคดีแบบที่ซัดดัมไม่มีทางสู้ให้ชนะ

นี่จึงเป็นหนังที่เรียกได้ว่าแฉรัฐบาลอังกฤษแบบเปลือยความเชี่ยได้หมดจรด ซึ่งตัวแคทธารีนเองก็เป็นพลเมืองคนหนึ่งที่ทนเห็นสิ่งเหล่านี้ไม่ไหว และก็เป็นหนึ่งเดียวในทีมงาน GCHQ ที่กล้าตัดสินใจกบฏต่อรัฐบาลที่ตัวเองทำงานให้ โดยให้เหตุผลที่หนักแน่นว่า “ฉันไม่ได้ทำงานเพื่อรับใช้รัฐบาล แต่ฉันทำงานเพื่อรับใช้ประชาชนที่รัฐบาลมีหน้าที่ปกป้องพวกเขา ไม่ใช่การโกหกแบบนี้” หนังพาไปพบกับการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตของเธอ ที่ไม่มีใครเห็นด้วย แต่เธอก็ยังยืนกรานที่จะทำ และก็กล้าเปิดเผยตัวเองเพื่อยืนยันหลักฐานที่เปิดให้สื่อ ทำให้รัฐบาลจ้องเล่นงานเธอทุกทางที่ทำได้ไม่ให้ชีวิตเป็นสุขตลอดคดีความที่เกิดขึ้นฃ

นอกจากมุมของแคทธารีนแล้ว หนังได้พาไปพบกับเบื้องลึกการทำงานของ สำนักข่าวของ The Observer ที่เป็นหนังสือพิมพ์ที่เชียร์โทนี แบลร์ จากผลประโยชน์เรื่องการได้คอนเน็คชั่นข่าวจากรัฐบาลไว้ทำงาน แต่หลังการได้มาของข้อมูลนี้ The Observer ก็ต้องคิดหนักว่าการที่จะเปิดโปงโทนี แบลร์ ต้องแลกกับการเสียคอนเน็คชั่นกับรัฐบาลตลอดไป แต่แล้วด้วยสปิริตสื่อที่แท้จริง รวมถึงการสืบค้นเพื่อยืนยันหลักฐานที่ไม่เปิดเผยตัวตนครั้งนี้ ซึ่งหนังทำให้เห็นความเป็นมืออาชีพของนักข่าวต่างประเทศที่ ไม่ชัวร์ไม่เผยแพร่ เช็คแล้วเช็คอีกทุกทางที่ทำได้ ซึ่งในส่วนนี้เป็นอะไรที่สนุกมาก หนังพาไปพบกับเทคนิคการพิสูจน์ข่าวในแบบต่างๆ ทั้งในภาคสนาม หรือแม้แต่การติดต่อกับสายลับ MI6 ที่เรียกว่าเพื่อนตีเทนนิส และการพิสูจน์อักษรที่แม้แต่คำๆ เดียวก็มีผลพลิกความน่าเชื่อถือได้เลยทันที ตรงนี้ถ้าใครเคยดูหนัง Spotlight ของปี 2015 มาก็ต้องชอบแน่ๆ เพราะหนังจำลองการทำงานแบบเดียวกันเป๊ะ

โทนี แบลร์’ สั่งบุกอิรักโดยไม่มีหลักฐาน ‘ก่อสงครามอิรัก’ นาน 7 ปี

ซอร์ จอห์น ชิลคอต องคมนตรีและประธานคณะกรรมาธิการสอบสวนของคณะองคมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร เผยแพร่รายงานผลการสอบสวนที่หลายฝ่ายเฝ้ารอมานานนี้ที่ศูนย์ประชุม ควีน เอลิซาเบธที่ 2 ในกรุงลอนดอน

เนื้อหาจากรายงานดังกล่าวชี้ว่าเกี่ยวกับ โทนี แบลร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษในสมัยนั้น ที่กล่าวเกินจริงในเรื่องภัยคุกคามจากซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำอิรักผู้พร้อมทั้งตัดสินใจเข้าร่วมสงครามด้วยข้อมูลข่าวกรองที่มีช่องโหว่ และผิดพลาดทางการประเมินผล ทั้งที่สามารถเลือกวิธีแก้ปัญหาทางการทูตได้

หลังจากรายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา โทนี แบลร์ ได้จัดงานแถลงข่าว ขอเป็นผู้รับผิดชอบการตัดสินใจโจมตีอิรักทั้งหมด และยอมรับในความผิดพลาดของภารกิจนี้ พร้อมทั้งกล่าวคำขอโทษ และแสดงความเศร้าโศก เสียใจแต่เขายังคงยืนยันว่า นี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง และเชื่อว่าการตัดสินใจดังกล่าว ทำให้โลกปลอดภัยยิ่งขึ้น

ผลกระทบจากสงครามในอิรักที่กินเวลายาวนานกว่า 7 ปี มีผู้พลัดถิ่นในอิรักกว่า 1 ล้านคน และประชาชนในอิรักได้รับความเดือนร้อนอย่างมาก

“ในความคิดของผม โลกกลายเป็นสถานที่ที่ดีขึ้นเมื่อไม่มีซัดดัม ฮุสเซน”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *